6 มนุษย์น่าปวดตับที่สุดใน admission 
posted on 11 Apr 2009 02:22 by education-ipod in Articles
Entry นี้ กึ่งเก็บกด
วันนี้ก็คงเป็นวันที่เริ่มยื่นคะแนน Admission อย่างเป็นทางการแล้วซึ่งก่อนหน้าที่จะถึงวันนี้ ถ้วยน้อยก็เป็นที่ปรึกษาในการเลือกคณะให้กับเพื่อนๆหลายๆคนอย่างจำใจ
แต่ก็ไม่เป็นไรเพื่อเพื่อนเราทำได้อยู่แล้ว แต่...ในบรรดาเพื่อนๆหลายคน ถ้วยน้อยก็ประสบพบเจอกับเพื่อนที่น่าปวดตับ ปวดไตที่สุดเหมือนกัน ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรทำให้ถ้วยน้อยปวดตับอย่างรุนแรงบ้าง 
1. มนุษย์จอมอึน : มนุษย์ที่ไม่ยอมรับรู้อะไรเลยเกี่ยวกับ Admission
มนุษย์อึน : ถ้วยน้อยถามอะไรหน่อยดิ
ถ้วยน้อย : ว่าไง?
มนุษย์อึน : เรายังไม่ได้ดูคะแนน O-net & A-net เลยอะ
ถ้วยน้อย : ประกาศไปนานแล้ว ทำไมยังไม่ดูอะ?
มนุษย์อึน : ไม่รู้เลขที่นั่งสอบอะ
ถ้วยน้อย : แล้วบัตรเข้าห้องสอบละ
มนุษย์อึน : เราทิ้งไปแล้วอะ นึกว่าไม่ใช้อีก
ถ้วยน้อย : เอ่อ....นะ แปปนะ เดี๋ยวเราหาให้ (20 วินาทีต่อมา) อะนี่ กรอกเลขประจำตัวประชาชนนะ แล้วเลขที่นั่งสอบจะมาเอง
มนุษย์อึน :โอเค ไปละบาย
(ปานประหนึ่งว่า ตูหมดประโยชน์แล้ว)
(หลังจากนั้น 5 นาทีมันก็มา)
มนุษย์อึน : ถ้วยน้อยๆ รวมแล้ว ได้คะแนนเท่าไหร่
ถ้วยน้อย : ถ้วยได้ 6700 อะ
มนุษย์อึน : ไรอะ ถ้วยโม้ป่าว บ้าไปแล้ว จะเป็นพันได้ไง ในเมื่อคะแนนแต่ละวิชาเต็ม 100 เอง
ถ้วยน้อย : ถ้วยได้ข่าวว่าคะแนนเต็ม 10,000 นะ (- -")
มนุษย์อึน : แล้วทำไงให้ได้เป็นหมื่น
ถ้วยน้อย : อะ เอาไปคำนวณซะ แล้วจะรู้ว่า เราก็สามารถได้คะแนนเป็นพันได้ เหอๆ
มนุษย์อึน : ดีๆ อยากได้คะแนนเป็นพันๆ ขอบใจนะ ไปละ บาย
(กูเหมืิอนทิชชู่ใช้แล้วก็ทิ้งกู)
(แล้ว 10 นาทีมันก็มา)
มนุษย์อึน : ถ้วยแล้วเค้าจะรู้ได้ไงว่าเราอยากได้มหาลัยนี้
ถ้วยน้อย : ต้องยื่นคะแนนที่เว็บกันอะจ้ะ
มนุษย์อึน : ยื่นที่เว็บไหนอะ
ถ้วยน้อย : อะ เว็บนี้ (ส่งลิ้ง)
มนุษย์อึน : ไม่เห็นมีไรเลย ส่งมาให้ผิดป่าวเนี่ย
ถ้วยน้อย : คือถ้าสังเกตตัวแดงๆโตๆ มันจะเขียนว่า 11-20 เมษายน 2552 รับคัดเลือกเข้ามหาลัยอะจ้ะ
มนุษย์อึน : อ๋อเหรอ เลือกตอนไหนบอกเราด้วยนะ ไปละ บายๆๆ
ถ้วยน้อย : อะจ้ะ...............
บุคคลเสื่อมไตปวดตับอันดับต้นๆของถ้วยน้อยเลยทีเดียว คำถามข้างต้นเ็ป็นตัวอย่างซึ่งยังไม่ได้รวมคำถามอีกมากมายที่ถูกถามก่อนจะอยู่ในช่วงยื่นคะแนน อาทิเช่น "รับตรง มช. สอบวันไหน" "โอเน็ต สอบวันไหน" "โอเน็ต สังคมสอบไรมั้ง" "เตรียมอะไรเข้าห้องสอบบ้าง" "ใช้ดินสอ HB ได้ไหม" "แต่งชุดอะไรไปสอบ" ฯลฯ เป็นบุคคลที่ไม่เคยจะรับรู้ข่าวสารอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลย น้ำลายจากปากอาจารย์แนะนำไม่เคยซึมเข้ารูหูตันๆ ของไอ้พวกนี้จริงๆจบ ม.6 กันแล้วความรับผิดชอบพื้นฐานยังไม่มีเลย พวกเมิงก็อย่าเข้ากันเลยมหาวิทยาลัย เรื่องของตัวเองแท้ๆ ตูไม่ได้อยู่เพื่อตอบคำถามงี่เง่าพวกเมิงจนถึงมหาวิทยาลัยนะเว้ย หาคำถามดีๆที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเมิงเป็นพวกขาดความรับผิดชอบได้ไหม?
เอ่อ...ใส่อารมณ์มากไปใช่ไหม?? ปกติถ้วยน้อยเรียบร้อยนะงับ
2. มนุษย์พาล : มนุษย์ที่พาลโทษคนอื่นไปทั่ว
มนุษย์พาล : ถ้วย เราเข้ามนุษย์เกาหลีไม่ได้อะ
ถ้วยน้อย : ทำไมอะ แล้วได้กี่คะแนน
มนุษย์พาล : 3888 คะแนนเองอะ มันรับ 5900 โน้น
ถ้วยน้อย : แล้วได้อะไรเท่าไหร่มั้ง?
มนุษย์พาล : ไทย 51 สังคม 38 อังกฤษ 24
ถ้วยน้อย : ยังโอเคนะ ลองดูที่อื่นดีไหมลองดูที่อื่นดู ถ้วยว่าน่าจะมีนะ
มนุษย์พาล : ไม่อะ อยากได้ที่นี่ จารย์แหละให้เกรดน้อย จารย์มันกดเกรด ถ้าเราไปอยู่ รร. บ้านนอกนะ ติดไปนานละ เซ็งๆ
ถ้วยน้อย :อืม....ได้ข่าวว่าเรียน รร.เดียวกันนะ <<< ( อันนี้คิดในใจ
)
บุคคลที่ไม่เคยพิจารณาตัวเอง โทษปัจจัยรอบด้าน โทษอาจารย์กดเกรด โทษที่ออกข้อสอบไทยยาก โทษที่ออกอังกฤษยาก โทษที่ออกข้อสอบเลขง่าย (แต่ตูไม่ได้ใช้) โทษระบบการศึกษาไม่ดี โทษแม่ที่ไม่ให้ตัวเองไปเรียนพิเศษกับเค้า โทษที่คนอื่นดันฉลาดกว่าตัวเอง แต่ไม่เคยโทษตัวเองที่ไม่ขยันเหมือนคนอื่น รู้จักแมะ "ทำดีได้คะแนนดี ทำชั่วก็ได้คะแนนชั่วๆอะ" บุคคลแบบนี้นานๆถ้วยน้อยจะเจอที แต่ความปวดตับก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์อึนเลย
3. มนุษย์ไร้เจียมทาน : มนุษย์ที่เหมือนจะ(เลือก)ได้ ไร้ความเจียม
มนุษย์ไร้ความเจียม : ได้คะแนนน้อยอะ ถ้วย
ถ้วยน้อย : มันน้อยขนาดนั้นเลยเหรอ
มนุษย์ไร้เจียมทาน : ก็ได้ 5700 อะ เค้าไม่ค่อยได้อ่านหนังสืออะ
ถ้วยน้อย : ก็ไม่ได้น้อยนะ อยากเข้าที่ไหนละ
มนุษย์ไร้เจียมทาน : ธรรมศาสตร์ IR
ถ้วยน้อย : ห๊า?!? 7000 ไม่ใช่เหรอ
มนุษย์ไร้เจียมทาน : ก็เลือกไว้เผื่อติดอะ
ถ้วยน้อย :อืม....แล้วที่อื่นละจะเอาที่ไหน
มนุษย์ไร้เจียมทาน : ก็ว่าจะเอา IR จุฬา กับ IR เกษตรศาสตร์ อีก 2 ที่
ถ้วยน้อย : เอ่อ.... (คะแนนมันก็ 7000 ไม่ใช่เหรอ?!?)
มนุษย์ไร้เจียมทาน : ถ้วยแนะนำหน่อยดิ ทำไงให้ติด
ถ้วยน้อย : เอ่อ.........................................ก็เอางี้ดีกว่าไหม (แนะนำ บลาๆๆ)
ไม่ได้ตั้งใจว่า หรือดูถูกอะไรนะ คือรู้สึกดีใจในความมุ่งมั่นคณะที่อยากเรียนมาก แต่ดูคะแนนหน่อยดีไหม...ยิ่งคุยกันก็ดื้อกันจริง แนะนำให้มองคณะอื่นก็ไม่เอา ให้มองที่อื่นก็ไม่เอา ถ้าไม่ได้ 3 ที่นี้ก็จะซิ่วสอบใหม่
ตกลงมาปรึกษาตูใช่ไหม? ไม่ฟังตูเลย... บางครั้งการเลือกคณะก็ต้องดูความสามารถและศักยภาพของตัวเองก่อนด้วย ไม่ใช่อยากได้แต่ไม่ดูคะแนนเลย บางครั้งเราต้องหัดรับความจริงกันบ้าง เมื่อรับความจริงกันได้ มันจะไม่หยุดอยู่แต่ความฝันที่มันเป็นจริงไม่ได้ แบบนี้เค้าเรียนกันว่า "ฝันกลางวัน" "ฝันลมๆแล้งๆ" เมื่อรับความจริงได้ คนเราจะมองหาหนทางแก้ไขและปรับทัศนคติตัวเอง เช่น เปลี่ยนความคิดเรียนรัฐศาสตร์สาขาอื่น มองหา ม.อื่นๆ/เอกชน อะไรก็ว่าไป ความสำเร็จของคนไม่ได้อยู่ที่มหาลัยดังๆหรือคณะฮิตๆโว้ย มันอยู่ที่คุณเอาวิชาที่คุณเรียนมาหาทางเอาตัวรอดได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก
4.มนุษย์อะไรก็ได้ : อะไรก็ได้ขอให้(ตู)ได้อยู่ xxx
คิดว่าอันไหนมันฟังดูดีกว่ากันระหว่าง "คณะอะไรก็ได้" กับ "มหาลัยไหนก็ได้"
มนุษย์
ประเภทนี้คือไม่แคร์เลยว่าตัวเองจะเรียนคณะอะไร จบมาจะทำอะไร
แต่ขอให้ได้เรียนสถาบันที่ตูต้องการ ส่วนใหญ่ที่คุยก็จะเอาจุฬา
ธรรมศาสตร์ทั้งนั้น คณะอะไรก็เลือกมา จัดมาเถอะ ขออยู่ที่นี่ก็พอ
ที่จริงคนเราเป้าหมายมันยังอีกไกลนะ ชีวิตไม่ได้อยู่แค่ว่าจบที่ดีๆ
ที่ๆอยากเข้าแล้ว จะบรรลุหรือเกิดความสำเร็จในชีวิต
มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำให้เราประสบความสำเร็จ
แต่ความรู้ความสามารถของเราต่างหากที่ทำให้เราถีบตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้
ใครคิดแบบอะไรก็ได้อยู่ อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดนะครับ ไตร่ตรองดีๆ
เรียนในสิ่งที่ถนัดดีกว่านะครับ
5.มนุษย์เหยียดสถาบัน : สถาบันโนเนมตูไม่ไป
มนุษย์เหยียดสถาบัน : ถ้าถ้วยไม่ได้ซักที่จะเข้าที่ไหน
ถ้วยน้อย : คงเรียน นิติ-รามอะ
มนุษย์เหยียดสถาบัน : บ้าปะ เรียนรามเนี่ยนะ ไปให้เค้าดูถูกอะดิ จะเข้ามันต้องยื่นเข้านิติ มธ. ดิ เจ๋ง
ถ้วยน้อย : ก็คะแนนไม่ถึงอะ แกได้คะแนนเท่าไหร่ละ
มนุษย์เหยียดสถาบัน : ได้ 4500 วะ เห้ย ปีนี้คะแนนลด เราว่าติด
ถ้วยน้อย : ....... (ได้ข่าวว่าขั้นต่ำ 6600)
บุคคลกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถ้วยน้อยปวดตับมากถึงมากที่สุดยกกำลังเก้าร้อยเก้าสิบเก้าล้าน สถาบันทุกสถาบันสอนให้ทุกคนมีความรู้ ไม่ทราบว่าพวกท่านเอาส่วนไหนมาวัดว่าเรียนโน้นโง่ เรียนที่นี่งั่ง เรียนตรงโน้นดูไม่ดี ต้องตรงนี้สิดูไฮโซ ตูจะหาความรู้ ตูต้องแคร์ด้วยเหรอ ว่าตูต้องเรียนที่มันดูไฮโซ มันเป็นเหตุเป็นผลกันไหม? เพื่อนๆคนไหนที่โดนเพื่อนดูถูกแบบนี้ อย่าไปแคร์นะครับ ทุกที่มันก็เหมือนๆกัน ไม่ต้องกลัวตกงาน เราไม่ได้ตกงานเพราะสถาบัน แต่เราตกงานเพราะไม่รู้จักหาโอกาสให้ตัวเอง สู้ๆนะ
แถม!!!!
6.มนุษย์ถ่อม : ไม่ต้องถ่อมตัวถึงขนาดนั้นก็ได้
จากที่คุณ #28 By Nina* ได้บอกไว้ว่า
" ฮ่าๆ ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากใช่เลย
ยังมีประเภทไอ้แบบที่ถ่อมตัวกันเข้าไป เห็นคะแนนแล้วแบบเมิงไม่ติด อิฉันก็ไม่มีที่เรียนแล้วจ้ะ อะไรแบบนั้น แต่ก็พยายามเข้าใจหรอกนะคะ ว่าเป็นสภาวะจิตตกของเด็กม.6 แต่อย่ามาพูดได้มั้ย คนที่เค้าได้คะแนนน้อยกว่าเครียดแทนนะ ฮ่าๆ (เครียดว่าแกไม่ติดแล้วฉันจะติดเหรอ อะไรทำนองนั้น บั่นทอนกำลังใจชาวบ้านจริง จริ๊ง~) "
และจากคุณ #42 By ดินสอทราย ได้บอกไว้ว่า
" มีอีกประเภทนึงที่เราเจอบ่อยตอนเอ็นคือ
เพื่อน : แก เราคะแนนน้อยมากเลยอ่ะ ทำไงดี ไม่ติดแน่ๆ เลยอ่ะแก(ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้)
เรา : ไหนดูคะแนนหน่อยสิ
เพื่อน : (บอกคะแนนมา เกิน๗๐ ทุกวิชา)
เรา : แล้วขั้นต่ำเท่าไหร่อ่ะ คณะที่แกจะเข้า
เพื่อน : ก็..(บอกคะแนนมาเราคำนวณแล้วคะแนนมันเกินมาเยอะ อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเลยอ่ะ)
เรา : โหย แกได้อยู่แล้วอ่ะ เกินมาตั้งเยอะนะ
เพื่อน : หรอ แต่ปีนี้คะแนนน่าจะสูงนะ เราได้ไม่ได้แ่น่ๆ (วนประโยคนี้ ๓ รอบแล้วทำหน้าจะร้องไห้ซะให้ได้)
เรา : เอ่อ....(เราได้ประมาณ ๖๐ ยังไม่เห็นบ่นเลย วิชาเฉพาะก็เฉียดฉิวเกณฑ์ผ่าน น่าเครียดกว่าไหมอ่ะ เอ็งจะบ่นทำไมเนี่ย)"
ขอบคุณที่ทั้งพี่ๆเพื่อนๆทั้ง 2 คนมาแลกเปลี่ยนเรื่องปวดตับนะครับ ถ้วยน้อยก็เลยนึกได้ว่าไม่นานมานี้ก็ปวดตับกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน มนุษย์ประเภทนี้เราอาจจะไม่รู้เจตนาแน่ชัด มีทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีนะครับ
เอาแง่ดีก่อน แง่ดี คือ มนุษย์จำพวกนี้ มีความกังวลจริงๆในเรื่องของคะแนนสอบ เพราะด้วยความที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย ทำให้ทุกๆอย่างที่เขา/เธอได้มองหรือได้ทำไป เป็นอะไรที่มันน้อย และไม่มีความเพียงพอสำหรับพวกเค้าทั้งหมด อันนี้อยากให้เพื่อนๆที่ได้พบได้คุย ค่อยๆพูดคุยปรับทรรศนะเพื่อนๆ บอกไป ประมาณว่าอย่าไปกังวลคะแนนเยอะอยู่แล้ว ไม่ได้ยังไงที่อื่นก็มีเยอะแยะ อย่าไปเครียดเลย หาไรทำสนุกๆเถอะ แต่ถ้าพูดแล้วไม่ได้ผลคงปล่อยเค้าไป แต่อยากจะฝากว่าทำอะไรไม่มีความมั่นใจในฝีมือตัวเอง สุดท้ายก็จะหมดศรัทธาในตัวเอง แล้วจะเชื่อว่าตัวเองไม่มีน้ำยาที่จะทำอะไร และสุดท้ายคุณจะไม่มีแรงบันดาลหรือสร้างสรรค์อะไรจริงๆ
มองแง่ร้ายกันบ้าง คือ มนุษย์จำพวกนี้แฝงความโอ้อวดในจิตใจ คุณเคยรู้สึกเหมือนตัวเองโง่งี่เง่าไปเลยไหม ถึงแม้เพื่อนจะไม่ได้ด่าเรา ลองยกตัวอย่างที่เคยเกิดจริง
มนุษย์ถ่อมร้าย : นิๆ ถ้วย ได้ภาษาไทยเท่าไหร่
ถ้วยน้อย : ได้ 72 อะจ้ะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ
มนุษย์ถ่อมร้าย : เราได้ภาษาไทยน้อยอะถ้วย
ถ้วยน้อย : เอ้า เห้ย ตอนสอบส่วนใหญ่แกก็ได้ไทยเยอะกว่าเค้าตลอดนิ แล้วได้เท่าไหร่ละ
มนุษย์ถ่อมร้าย : 80 อะ
ถ้วยน้อย : อ้าวเหรอ....
โห้ย...รู้สึกอึดอัดโว้ย ที่มาเรียกร้องความสงสารนี่เพราะเครียดจริงๆ หรือจะมาอวดวะ เหมือนๆกับตอนเล่นวินนิ่ง (เกมส์เตะบอล) กันอะ ปากบอกว่าเล่นไม่เป็น เล่นไม่เก่ง แต่แมร้งเล่นชนะทุกตา ?!? ตกลงว่ามาถ่อมกันแบบนี้ ต้องการอะไรกันครับ? รู้ไหมคนที่คุยด้วยเค้าอึดอัด+เพิ่มความอนาถให้คนอื่น พวกถ่อมตัวรูปแบบร้ายที่พูดถึงครั้งนี้ก็พอเถอะ = =" นะ ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปเองรึเปล่า แต่ถ้าใครจะทำแบบนี้อย่าทำเลย ไม่มีใครมองคุณในแง่ดีหรอกครับ
ที่จริงมีน่าปวดตับอีกเยอะ แต่เอาอันที่รู้สึกสุดๆมาก่อน
Entry นี้ได้แนวการเขียนมาจากคุณบองเต่าและคุณนัท นิดหน่อยครับ 
ตอนแรกกะจะบ่นเฉยๆก็เขียนซะเป็นล่ำเป็นสัน มีอะไรจะมาบ่นอีกนะครับ
ปล. รอบนี่ฮาร์ดคอพอสมควร
ปล2. ผ่านมาก็มาสาดน้ำหน่อยนะครับ
เพราะในมหาลัยดังๆ
มีแต่ พวกเกรดเยอะ มาจากตจว.เปนหย่อมนึง
= O =
อ๊ากกก เคียด ต้องเลือกคณะแล้ว
TT ^ TT
#1 By h A n a t a b i ★ on 2009-04-11 06:28